By using our website, you agree to the use of our cookies.
By using our website, you agree to the use of our cookies.

ความแตกต่างระหว่างกรดไขมันโอเมก้า เซราไมด์ และเปปไทด์

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความงาม: ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเพียงชนิดเดียวที่มีประโยชน์แบบครอบจักรวาลนั้นไม่มีอยู่จริง จากงานวิจัยแสดงให้เห็นอย่างจัดเจนว่าผิวต้องการส่วนผสมที่มีประโยชน์หลาย ๆ ชนิดมาร่วมกันทำงาน ซึ่งรวมถึงกรดไขมันโอเมก้า เซราไมด์ และเปปไทด์ด้วย (และส่วนผสมอื่นอีกมากมายเช่นกัน) เนื่องจากผิวมีความซับซ้อนและต้องการส่วนผสมจากธรรมชาติมากมายหลายชนิดเพื่อให้ดูอ่อนเยาว์และมีสุขภาพดี เราไม่เคยอยากให้คุณต้องคอยพะวงว่า คุณจะได้รับส่วนผสมถนอมผิวที่ดีที่สุดแก่ผิวของคุณมากเพียงพอหรือเปล่า และนั่นคือ เหตุผลที่เราทุ่มเทคิดค้นสูตรผลิตภัณฑ์ที่จะมีแต่ส่วนผสมอันยอดเยี่ยมมากมายอยู่ในนั้นเท่านั้น ขั้นตอนต่อไป คือ คุณต้องเป็นผู้พิจารณาว่าส่วนผสมใดบ้างที่เหมาะสำหรับคุณ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องยาก ความจริงแล้ว มันเป็นเรื่องของความชอบ และการทดลองใช้เพื่อดูว่าส่วนผสมใดมอบผลลัพธ์ที่คุณต้องการได้ดีที่สุด หากพูดถึงผลิตภัณฑ์ของเราที่มีส่วนผสมของกรดไขมันโอเมก้า เซราไมด์ และเปปไทด์ สิ่งต่างๆ ต่อไปนี้ คือ สิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าส่วนผสมใดที่เหมาะกับคุณ และคุณจะสังเกตเห็นว่า ส่วนผสมกลุ่มนี้ มีบางสิ่งบางอย่างที่คล้ายคลึงกัน และแตกต่างกัน ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ กรดไขมันโอเมก้า ลักษณะเด่นของ กรดไขมันโอเมก้า: เพิ่มและรักษาปริมาณความชุ่มชื้น เสริมสร้างความแข็งแรงและการทำหน้าที่ของผิวชั้นบนสุด ลดความแห้งกร้าน ลดผื่นแดงและอาการแพ้ของผิว ปรับปรุงสภาพรอยเหี่ยวย่นของผิว ปกป้องผิวจากการทำลายและความเสียหายจากมลภาวะ กรดไขมันโอเมก้า แตกต่างจาก…

ปัญหาผิวมัน..รับมืออย่างไร?

ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังเผชิญกับปัญหาความมันบนผิวหน้าที่สร้างความหงุดหงิดใจให้กับคุณทุกวัน (ซึ่งนี่เป็นปัญหาหนึ่งที่คุณ Paula ผู้ก่อตั้งบริษัทของเราต้องเผชิญมาเป็นเวลาหลายปี) คุณคงจะทราบดีว่า มันยากขนาดไหนที่จะควบคุมความมันบนผิวหน้าให้ได้ และไม่ว่าคุณจะทราบหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่แย่ไปกว่านั้น คือ มีผลิตภัณฑ์มากมายในท้องตลาดที่อวดอ้างสรรพคุณว่า สามารถช่วยคุณขจัดปัญหาผิวมันได้ แต่พอใช้จริง ๆ มันกลับทำให้ปัญหาของคุณเลวร้ายลงไปอีก นั่นเป็นเพราะ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เหล่านั้นใช้ส่วนผสมที่ทำร้ายผิว และกระตุ้นให้เกิดความมันมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ขอให้เราได้ช่วยคุณรับมือกับปัญหานี้ ด้วยข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่ผ่านการค้นคว้าวิจัยมาแล้วว่า ช่วยได้จริงๆ ทำความเข้าใจกับผิวมัน ผิวมันเป็นสิ่งที่ยากในการควบคุมเนื่องจากเป็นสิ่งที่ติดตัวเรามาตั้งแต่กำเนิด และจะแสดงลักษณะอาการในช่วงที่เราเป็นวัยรุ่นหรืออาจจะช่วงใดช่วงหนึ่งในชีวิตเราก็ได้ การมีผิวมันก็เหมือนกับการเกิดมาพร้อมกับการมีเส้นขนดกตามร่างกายหรือการเกิดมาตัวสูง คุณไม่อาจห้ามสิ่งเหล่านี้ได้เช่นเดียวกันกับการห้ามไม่ให้ผิวของคุณมัน สำหรับผู้ที่มีผิวมันเยิ้ม มันก็อาจยากที่จะเชื่อว่า การน้ำมันที่ปล่อยจากรูขุมขนอย่างมีสมดุลตามปกตินั้นเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผิว เช่น มันช่วยบรรเทาอาการแห้งผิว รักษาสุขภาพของผิวชั้นบนสุด และช่วยให้ผิวมีความโอนอ่อนต่อสภาพต่างๆ แน่นอนว่า ผิวที่ผลิตน้ำมันออกมามากเกินไปย่อมทำให้คุณหัวเสียได้ เพราะมันเป็นสาเหตุให้รูขุมขนกว้างเนื่องจากรูขุมขนต้องขยายขนาดออกเพื่อรองรับกับปริมาณน้ำมันที่ผลิตออกมา และจะเริ่มเลวร้ายเมื่อรูขุมขนเกิดการอุดตันจนน้ำมันไม่สามารถออกมาสู่ผิวชั้นบนได้ ก่อให้เกิดสิวเสี้ยน และมีความเชื่อที่ผิดอยู่เรื่องหนึ่งที่เราต้องทำความเข้าใจเสียใหม่ คือ คนที่ผิวมันไม่ได้ดูอ่อนเยาว์กว่าคนที่มีผิวแห้ง ผิวมันอาจทำให้ผิวดูเหี่ยวย่นน้อยกว่าเนื่องจากผิวมักจะไม่ค่อยแห้ง…

ทำไมต้องใช้โทนเนอร์?

การเพิ่มโทนเนอร์ในขั้นตอนการดูแลผิว..เป็นการยกระดับของดูแลผิว ในอดีตที่ผ่านมารู้กันดีว่าโทนเนอร์เป็นเหมือนตัวที่ดูดความชุ่มชื้นออกจากผิวด้วยแอลกอฮอล์ หรือ witch hazel แต่ความเป็นจริงโทนเนอร์ที่ดีนั้นจะเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ, ส่วนผสมที่ช่วยเติมเต็มผิว ฟื้นฟูผิว และบำรุงผิว โทนเนอร์คืออะไร? โทนเนอร์เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ในรูปแบบน้ำ ช่วยฟื้นฟูผิว, ให้ผิวรู้สึกสดชื่น, เรียบเนียนและเติมน้ำ สำหรับผิวมันและผิวผสม โทนเนอร์ช่วยกระชับรูขุมขน และขจัดความมันส่วนเกิน สำหรับผิวธรรมดา /ผิวแห้ง /ผิวแพ้ง่าย โทนเนอร์ช่วยลดรอยแดงและผิวแห้งลอก โทนเนอร์มีจุดประสงค์อะไร? • ให้ส่วนผสมที่จำเป็นต่อผิว • เติมความชุ่มชื้นและบำรุงผิว • ช่วยทำความสะอาดเพิ่มเติม วิธีเลือกซื้อโทนเนอร์ ควรหลีกเลี่ยงโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เช่น SD alcohol ,denatured alcohol , menthol , witch hazel โดยสารต่างๆ เหล่านี้จะทำร้ายผิว  ควรหลีกเลี่ยงโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม เช่น rosewater,…

ผิวมันไม่ทำให้ผิวแก่ไวเหมือนผิวแห้ง

[40 เรื่องความเข้าใจผิด เกี่ยวกับความงาม..] ผิวมันไม่ทำให้ผิวแก่ไวเหมือนผิวแห้ง จริงๆ แล้ว ไม่ว่าคุณจะมีผิวแห้งหรือผิวมัน มันก็ไม่สามารถบอกได้ว่า ผิวแบบไหนจะแก่ไวกว่ากัน  คนผิวมัน เรามักเคยได้ยินว่า น้ำมันที่ผลิตออกมานั้น สามารถปกป้องผิวเราจากสารอนุมูลอิสระหรือมลภาวะต่างๆได้  แต่ความเป็นจริงนั้น หน้าที่ของมันคือ ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในใต้ชั้นผิวของเราต่างหาก สิ่งที่สำคัญหรือเป็นปัจจัยหลักที่สามารถกำหนดให้ผิวของคุณแก่ช้าหรือแก่ไวนั้น มันอยู่ที่ การปกป้องผิวของคุณจากแดด ว่าคุณสามารถปกป้องมันได้ดีแค่ไหน   References for this information: Experimental Dermatology, September 2015, pages 651–654; Journal of Zhejiang University Science, January 2009, pages 57–66; Skin Pharmacology and Physiology, volume 25, June 2012, pages…

Serum สำหรับคนผิวผสมถึงผิวมัน

ปัจจุบันนี้ เซรั่มถือว่าเป็นหนึ่งในขั้นตอนการดูแลผิวทั้งเวลาเช้าและก่อนนอน เนื่องจากเซรั่มที่ดีนั้นส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมไม่ว่าจะเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระและสารที่ช่วยฟื้นฟูผิวที่เข้มข้นมากที่จะช่วยปกป้องผิวเราจากมลภาวะ หรือริ้วรอยต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึงการที่มีเนื้อที่บางเบาแต่กลับเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างมาก เซรั่มของ Paula’s Choice เองนั้นซึมลงสู่ผิวได้ง่ายและเร็วมาก ให้สัมผัสที่นุ่มนวล และยังช่วยคงคุณสมบัติและประโยชน์ต่างๆที่ผิวเราได้รับไว้ได้อย่างยาวนาน เซรั่มที่เหมาะสำหรับ คนที่มีผิวผสมจนถึงผิวมันได้แก่ RESIST Ultra-Light Super Antioxidant Concentrate Serum เนื้อน้ำ บางเบา อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ และสารช่วยฟื้นฟูผิว รวมถึง Vitamin B3 หรือ Niacinamide และ Resveratrol ที่มีประโยชน์มากมายสำหรับคนผิวผสมถึงมัน DEFENSE Antioxidant Pore Purifier ทำความสะอาดรูขุมขนและปกป้องผิวจากมลภาวะต่างๆ  พร้อมกับช่วยให้ผิวกระจ่างใสด้วยส่วนผสมของ   Antioxidant, Salicylic  Acid และส่วนผสมอื่นๆ อีกหลายชนิด RESIST Intensive…