การป้องกันแดดด้วย Moisturizer, Primer และ foundation ที่มีค่า SPF 30 หรือมากกว่า ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรทำ หากเราอยากให้ผิวของเราดูสุขภาพดี หรือ ดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ

ในทางวิทยาศาสตร์ การทำงานของค่า SPF นั้นถือว่าน่าอัศจรรย์มาก แต่การทำงานของมันก็ค่อนข้างจะซับซ้อนเช่นกัน

รังสี UVA และ รังสี UVB

รังสีที่สะท้อนมาจากดวงอาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็นวันที่ เมฆ เต็มท้องฟ้า หรือวันที่ฝนตกก็ตามรังสีสองชนิดที่ส่งผลกระทบต่อผิวของเราโดยตรงก็คือ รังสี UVA และ รังสีUVB

รังสี UVB ส่งผลกระทบต่อผิวชั้นบนของเรา ซึ่งอาจทำให้ผิวไหม้ได้ ส่วนรังสี UVA เราอาจจะไม่รับรู้ได้เหมือนรังสี UVB แต่มันจะทำร้ายลึกลงไปในใต้ผิวหนัง ซึ่งระยะยาวอาจก่อให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นที่ผิวเราได้  แต่อย่างไรก็ดีรังสีทั้งสองก็เป็นต้นเหตุที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ด้วยเช่นกัน  รังสี UVB นั้นจะมีมากในช่วงเวลา 10 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น ส่วนรังสี UVA นั้นจะมีตลอดทั้งวันตราบใดที่เรายังมองเห็นแสงสว่าง

SPF (Sun Protection Factor)

เป็นการวัดค่าว่าผิวของเราจะป้องกันจากรังสี UVB ได้มากเท่าไหร่  ตัวอย่างง่ายๆ ในการวัด ให้เราเริ่มจาก การที่เราไม่ได้ทาครีมกันแดด แล้วให้เราไปยืนกลางแดดแล้วสังเกตว่า ผิวของเราใช้เวลาเท่าไรที่เริ่มเปลี่ยนสี (เป็นสีชมพู) สมมติว่าผิวของเราใช้เวลาในการเปลี่ยนสี 10 นาที ให้เรานำค่า SPF (ตัวอย่าง
SPF30) คูณเข้าด้วยกันเช่น 10*30 = 300 นาที  นั่นหมายถึงผิวของคุณจะสามารถป้องกันรีงสี UVB ได้นานถึง 5 ชั่วโมง  อย่างที่เราทราบ รังสี UVB นี้สามารถทำให้เกิดการคล้ำแดด ผิวไหม้ บวมแดง ส่วน UVA ทำให้ผิวหนังมีสีคล้ำ ทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่นได้  รังสีทั้งสองสามารถส่องมาหาเราได้ตลอดเวลา ไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นอย่างไรก็ตาม และโดยเฉพาะรังสี UVA ที่สามารถทะลุกระจกเข้ามาหาเราได้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าวันไหนที่เราอยู่บ้านหรือออกนอกบ้านก็ตาม  ควรใช้ครีมกันแดดอยู่เสมอ และเพื่อให้มั่นใจว่าครีมกันแดดของคุณสามารถป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ รังสี UVB  คุณควรเลือกมองหาผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีติดคำว่า Broad-Spectrum ด้วย