ผลิตภัณฑ์ ที่ระบุว่าเป็น “Non-Comedogenic”

ปัจจุบัน ยังไม่มีระเบียบข้อบังคับที่เป็นทางการหรือมาตรฐานใดๆ สำหรับที่จะนำมาใช้บังคับกับการนำคำว่า “non-comedogenic” (หมายถึง ผลิตภัณฑ์ “ที่ไม่ก่อให้เกิดภาวะอุดตันในรูขุมขน”) มาใช้ระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์ ดังนั้นจึงมีผลิตภัณฑ์จำนวนมากที่อ้างว่าเป็นผลิตภัณฑ์ “non-comedogenic” โดยไม่คำนึงว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะมีคุณลักษณะเช่นนั้นจริงหรือไม่ ฉะนั้นคุณควรทำอย่างไรดี ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่มีผิวมันและเป็นสิวง่าย? กฎพื้นฐานมีอยู่ว่ายิ่งผลิตภัณฑ์มีเนื้อที่ข้นหนามากเพียงใด ก็ยิ่งจะมีโอกาสก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขนมากยิ่งขึ้น ส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อบางเบา (เช่น เนื้อน้ำ เนื้อเจล หรือเนื้อเซรั่มบางเบา) นั้นมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขนได้น้อยกว่า รวมถึงไม่ทำให้ปัญหาสิวเลวร้ายลงด้วย

การใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดเมื่ออยู่ในที่ร่ม

ในช่วงเวลากลางวัน คุณต้องนั่งทำกิจกรรมต่างๆ อยู่ที่บริเวณข้างๆ หน้าต่างหรือไม่? ถ้าใช่ การปกป้องผิวด้วยการทาผลิตภัณฑ์กันแดดก็นับว่าเป็นการกระทำที่ชาญฉลาดอย่างยิ่ง เนื่องจากรังสี UVA นั้นสามารถเดินทางผ่านและทะลุวัสดุที่เป็นกระจกได้ ดังนั้น ถ้าหากบานหน้าต่างของคุณไม่ได้รับการออกแบบขึ้นเป็นพิเศษให้สามารถรับมือกับรังสี UVA ได้ คุณก็จะต้องเผชิญกับรับสี UVA ที่เป็นตัวการสร้างความหายนะให้กับผิวของคุณอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลิตภัณฑ์มอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของสารกันแดดต่างๆของ Paula’s Choice สามารถช่วยให้คุณสามารถรับมือกับปัญหานี้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากจะช่วยปกป้องผิวของคุณจากการทำลายของรังสี UVA แล้ว คุณยังจะได้รับประโยชน์จากสารต้านอนุมูลอิสระ สารช่วยให้ความชุ่มชื้นผิว และสารบำรุงอีกมากมาย ยิ่งไปกว่านั้น คุณควรจะทาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงกักกันตนเองให้ปลอดภัยจากโรค COVID-19 หรือไม่ก็ตาม แนะนำโดย ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายงานวิจัยและพัฒนา

หากต้องการชะลอวัย ให้เริ่มจากการทาผลิตภัณฑ์กันแดด

ในขั้นตอนดูแลผิวไม่ว่าจะแนะนำโดยใครหรือสูตรใด จะพบว่าต้องมีขั้นตอนของผลิตภัณฑ์ทากันแดดชนิดมีฤทธิปกป้องกว้าง SPF 30 หรือสูงกว่ารวมอยู่ในนั้นด้วยเสมอ ผลิตภัณฑ์ทากันแดด คือผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ต่อต้านริ้วรอย ต่อต้านจุดด่างดำ และต่อต้านผิวหนังหย่อนคล้อยอันดับ 1 ที่คุณควรใช้ทุกวันแม้ในวันที่แดดไม่แรง นอกจากนั้น ในผลิตภัณฑ์ทากันแดดยังมีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระและสารฟื้นคืนสภาพผิวที่มีฤทธิ์มากมาย รวมถึงส่วนผสมให้ความชุ่มชื้นที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ คุณจึงต้องการเพียงผลิตภัณฑ์มอยส์เจอไรเซอร์สำหรับใช้ในตอนเช้าเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น ไม่ใช่สองชิ้น สำหรับ Paula’s Choice Skincare เราจะให้ความสำคัญกับการใช้ผลิตภัณฑ์ทากันแดดมากและ ได้คิดค้นสูตรผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นทางเลือกมากมาย ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีส่วนผสมที่มีประโยชน์เป็นพิเศษบรรจุอยู่มากมายเพื่อให้คุณสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดที่เหมาะสำหรับประเภทผิวของคุณได้! เหตุใดผลิตภัณฑ์สำหรับทากันแดดจึงมีความสำคัญมาก ในขั้นตอนดูแลผิวสำหรับช่วยชะลอวัยว่าที่ดีที่สุดนั้น มักจะรวบรวมผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นขึ้นด้วยสูตรอันสมบูรณ์แบบ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ ล้างทำความสะอาดผิวหน้า โทนเนอร์ ผลิตภัณฑ์ช่วยผลัดเซลล์ผิว เซรั่ม ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวรอบดวงตา และมอยส์เจอไรเซอร์ ไว้ด้วยเสมอ ทั้งหมดนี้ คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญมากต่อการดูแลผิวให้ดูมีสุขภาพ และอ่อนเยาว์ แต่ในบรรดาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดเลยจะสามารถทดแทนความจำเป็นในการป้องกันแสงแดดในชีวิตประจำวันได้ ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะไม่มีทางที่จะทำงานได้อย่างที่คุณต้องการถ้าปราศจากขั้นตอนการปกป้องแสงแดด เราขอกล่าวย้ำว่า อย่าลืมทาผลิตภัณฑ์ทากันแดดทุกวันไม่เช่นนั้นผิวของคุณจะต้องพบกับผลที่ตามมาอันไม่เป็นที่พึงปรารถนา!…

ข้อแตกต่างระหว่าง บูสเตอร์ เซรั่ม และเอสเซ้นส์

แม้ว่าคุณจะมีขั้นตอนดูแลผิวอันดีเยี่ยมที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์หลักๆ เกือบทั้งหมดอยู่แล้ว เช่น เคลนเซอร์ โทนเนอร์ ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว มอยส์เจอไรเซอร์สำหรับทาตอนกลางวันที่มีส่วนผสมสารกันแดด และมอยส์เจอไรเซอร์สำหรับทาตอนกลางคืน แต่ผิวก็ยังคงต้องการผลิตภัณฑ์พิเศษอื่นอีกสำหรับใช้รับมือกับปัญหาบางประการโดยเฉพาะ และเนื่องจากเรามีความตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยมที่จะมอบผลิตภัณฑ์ถนอมผิวอันทรงประสิทธิภาพให้กับคุณเพื่อที่คุณจะสามารถนำปรับใช้ได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการ เราจึงสรรสร้างผลิตภัณฑ์พิเศษหลายชิ้นที่ได้บรรจุส่วนผสมอันเข้มข้นเอาไว้ ซึ่งคุณสามารถนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไปใช้แก้ปัญหาบางประการ (เช่นรูขุมขนกว้าง สีผิวไม่เท่ากัน และผิวขาดความชุ่มชื้น) อย่างเจาะจงได้ และบ่อยครั้งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ก็ช่วยขจัดปัญหาให้กับคุณได้อย่างรวดเร็วเกินกว่าที่คุณจะคาดคิด (ที่เราชอบก็ตรงนี้นี่แหละ!) ผลิตภัณฑ์เหล่านั้น ได้แก่ บูสเตอร์ เซรั่ม และเอสเซ้นส์ บูสเตอร์ เซรั่ม และเอสเซ้นส์ แตกต่างกันอย่างไร โดยเบื้องต้น บูสเตอร์ เซรั่ม และเอสเซ้นส์อาจจะดูเหมือนไม่ค่อยแตกต่างกันมากเท่าไร แต่ถ้าหากพิจารณามากขึ้นก็จะเริ่มสังเกตเห็นถึงความแตกต่างอันสำคัญมากของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ที่มีต่อผิวและปัญหาผิวบางประเภท ขอให้ระลึกว่าผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ถนอมผิวอื่นๆ อาจตีความหรือคิดค้นสูตรสำหรับ “บูสเตอร์”  “เซรั่ม” และ “เอสเซ้นส์” ของพวกเขาแตกต่างไปจากของเรา ในอุตสาหกรรมความงามนั้นการจัดประเภทผลิตภัณฑ์ถนอมผิวส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเป็นไปในแนวทางเดียวกันเสียเท่าไหร่ ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่แนะนำให้ใช้คำอธิบายผลิตภัณฑ์ของเราเพื่อพิจารณาผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิตอื่นที่มีชื่อประเภทเดียวกันหรือสรรพคุณคล้ายกันกับของเรา บูสเตอร์ บูสเตอร์ของเราจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่บรรจุส่วนผสมอันเข้มข้นและมีความสำคัญมากสำหรับผิว ผลิตภัณฑ์เหล่านี้…

ไนอาซีนาไมด์ ช่วยผิวอย่างไร?

ไนอาซีนาไมด์เป็นส่วนผสมหนึ่งในผลิตภัณฑ์ถนอมผิวที่คุณควรให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง และผิวของคุณจะต้องขอบคุณคุณอย่างมากมายถ้าหากว่าคุณใช้มัน    ในบรรดาส่วนผสมอันน่าทึ่งไม่กี่ชนิดในผลิตภัณฑ์ถนอมผิว เช่น เรตินอล และ วิตามินซี  ไนอาซีนาไมด์เป็นส่วนผสมที่โดดเด่นเนื่องจากความเอนกประสงค์ในการดูแลปัญหาผิวเกือบทุกประเภทและเหมาะสำหรับผิวทุกชนิดและเนื่องจากมีหลายท่านรู้แล้ว แต่ก็มีบางท่านที่ยังไม่รู้  เราจึงอยากบอกว่าบทสรุปที่เรามีเกี่ยวกับส่วนผสมใดก็ตามนั้น เราจะยึดตามผลงานวิจัยที่ได้รับมาตีพิมพ์แล้วเสมอว่าจริง และผลงานวิจัยเกี่ยวกับไนอาซีนาไมด์นั้นได้แสดงว่าเป็นส่วนผสมที่พิเศษโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น  และยังมีผลงานวิจัยใหม่ๆ ออกมาอีกที่แสดงให้เห็นว่าในบรรดาส่วนผสมอันน่าตื่นตาตื่นใจมากที่สุด ไนอาซีนาไมด์ คือหนึ่งในนั้น ไนอาซีนาไมด์ คือ อะไร ไนอาซีนาไมด์ เป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า วิตามินบี 3 และนิโคตินาไมด์ ไนอาซีนาไมด์เป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำทำงานร่วมกับสารทางธรรมชาติต่างๆ ในผิวของคุณ มีคุณสมบัติช่วยปรับปรุงรูขุมขนที่กว้างให้เล็กลง ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอเท่ากัน ช่วยลดริ้วรอยต่างๆ ช่วยปรับปรุงสภาพปัญหาผิวหมองคล้ำ และผิวชั้นบนที่อ่อนแอ   นอกจากนั้น ไนอาซีนาไมด์ยังช่วยลดผลกระทบของความเสียหายจากสภาพแวดล้อมอีกด้วยเนื่องจากไนอาซีนาไมด์มีความสามารถในการปรับปรุงเกราะป้องกัน ผิว (สิ่งปกป้องผิวด่านแรก) ให้ดีขึ้น แถมยังมีบทบาทช่วยซ่อมแซมร่องรอยความเสียหายบนผิวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอดีตด้วย หากไม่ใส่ใจกับความเสียหายจากสิ่งแวดล้อม และปล่อยให้ผิวถูกทำร้ายเป็นประจำทุกวัน ผิวก็จะดูมีอายุกว่าวัยหมองคล้ำ และเปล่งปลั่งน้อยลง ทำไม…

วิธีแก้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ

ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอที่เกิดขึ้นบนบริเวณผิวหน้า หน้าอก และมือ เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงผิวที่มีอายุอย่างชัดเจน แต่มันไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้นเสมอไป จริง ๆ แล้วคุณสามารถทำให้ผิวของคุณกลับมาขาวใสดุจผิวอันอ่อนเยาว์ได้อีกครั้งหนึ่งด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์บางชนิดผสมผสานกันอย่างเหมาะสม! เราจะกำลังจะเผยเคล็ดลับสูตรผลิตภัณฑ์เพื่อผิวขาวใสที่เห็นผลให้กับคุณ และช่วยให้คุณสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวของคุณได้ง่ายขึ้น ทำไมการปกป้องผิวจากแสงแดดจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้! การใช้ผลิตภัณฑ์ทากันแดดชนิดออกฤทธิ์กว้าง (broad-spectrum) ที่มีค่า SPF 30 หรือสูงกว่าเป็นประจำทุกวัน คือ วิธีที่ดีที่สุดในการสลัดตัวคุณออกจากปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ และถ้าหากใช้มาตรการปกป้องแสงแดดอื่น ๆ ร่วมด้วย มันก็จะยิ่งช่วยให้คุณลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งผิวหนังหรือผิวมีอายุก่อนเวลาอันควรเพราะแสงแดดได้อีกด้วย หากปราศจากขั้นตอนที่สำคัญที่สุดนี้ คุณจะไม่มีทางได้เป็นเจ้าของผิวขาวใสอย่างที่คุณต้องการได้เลย ที่ Paula’s Choice Skincare เรามีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างดีเกี่ยวกับสารกันแดดที่ได้จากแร่ธาตุ (ใช้ titatium dioxide และ/หรือ zinc oxcide เป็นสารออกฤทธิ์) เพื่อใช้ปกป้องผิวจากแสงแดด คุณสมบัติในการสะท้อนรังสีของสารกันแดดที่ได้จากแร่ธาตุ คือ สิ่งที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV เป็นเครื่องมือสำหรับขจัดปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอและแก้ไขปัญหาริ้วรอยด้วยในเวลาเดียวกัน สำหรับผิวมัน ผิวผสม…

ความแตกต่างระหว่าง AHAs และ BHA

ความแตกต่างระหว่าง AHAs และ BHA ผิวของเราผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วตามธรรมชาติทุกวัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากอายุที่มากขึ้นและการไม่ป้องกันแสงแดด ทำให้กระบวนการนี้ช้าลงและค่อยๆ หยุด ส่งผลให้ผิวหมองคล้ำแห้งหรือเป็นขุย, รูขุมขนอุดตัน, ริ้วรอย, ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ และโทนสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน-โดยธรรมชาติเมื่อเราอายุยังน้อย-ผิวจะฟื้นฟูให้สวย,นุ่ม, ชุ่มชื่นอย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืน คำถามเกี่ยวกับการผลัดเซลล์ผิวแบบเคมีด้วย  AHA (alpha hydroxy acid) หรือ BHA (beta hydroxy acid) แบบไหนสร้างความแตกต่างให้ผิวของเราอย่างเห็นได้ชัด พวกเรามักถูกถามบ่อยๆ ว่าแบบไหนดีที่สุด..ซึ่งตอบได้ไม่ยากเลย AHAs และ BHA เหมือนกันอย่างไร? AHAs (alpha hydroxy acids, e.g. glycolic and lactic acids) and BHA…

คุณจำเป็นต้องใช้ เรตินอล ในความเข้มข้นเท่าใด?

ได้มีการพิสูจน์แล้วว่า เรตินอยด์ (retinoids) สำหรับใช้ทาบนผิวนั้น เป็นส่วนผสมช่วยชะลอวัยที่ทรงพลังมากและเป็นประโยชน์ต่อผิวของคนแทบจะทุกคน แต่ได้มีคำถามเกี่ยวกับการใช้ เรตินอล (retinol) หลายคำถามเกิดขึ้น เช่น ถ้าหากคุณจะใช้ เรตินอล เพื่อช่วยลดริ้วรอยหรือช่วยชะลอวัย คุณควรใช้ เรตินอล เข้มข้นเท่าไรดี? คุณควรใช้ เรตินอล ในรูปแบบ ครีม หรือ เซรั่ม? และถ้าผิวของคุณตอบสนองต่อ เรตินอล ได้ไม่ดี คุณควรทำอย่างไร? และเช่นเคยเรามีคำตอบซึ่งอ้างอิงจากผลงานวิจัยมาให้คุณสำหรับคำถามเหล่านี้ ผลิตภัณฑ์ เรตินอล ที่มีความเข้มข้นน้อย คุณไม่จำเป็นต้องใช้ เรตินอล ในปริมาณมากเพื่อให้เห็นผล ผลงานวิจัยที่ได้ถูกตีพิมพ์บ่งชี้ว่า เรตินอล ที่มีความเข้มข้นต่ำเพียง แค่ 0.01% ก็มีประสิทธิภาพมากพอที่จะช่วยลดปัญหาริ้วรอยแห่งวัยต่าง ๆ และลดขนาดรูขุมขนลงได้แล้ว และในเวลาเดียวกัน ก็ช่วยให้ผิวของคุณดูดีมีสุขภาพด้วย นอกจากนั้น เรตินอล…

ต้องรอนานแค่ไหน..ระหว่างการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ

เรามักถูกถามอยู่เสมอว่า ต้องรอนานแค่ไหนระหว่างการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่หลากหลายกันในการดูแลผิว เพื่อจะเห็นผลได้อย่างชัดเจน… คำตอบก็คือ..คุณไม่ต้องรอ.. หากคุณใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน มีส่วนผสมที่ดีอยู่แล้ว (ซึ่งมันควรจะเป็นแบบนั้น) การรอ.. เป็นเรื่องส่วนบุคคล  ไม่ใช่เรื่องจำเป็น ผิวของเรารับกับผลิตภัณฑ์ที่หลายชนิดและหลากหลายได้หรือไม่? เหตุผลที่เราไม่ควรรอ เพราะทุกอย่างที่เราทาลงไปจะซึมได้ง่ายและทำงานได้อย่างดี  ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่จะขวางความสามารถในการซึมเข้าสู่ผิวหรือรบกวนประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ผิวของเราสามารถจัดการกับส่วนผสมมากมายได้ในครั้งเดียว ความจริงแล้วส่วนสผมแต่ละชนิดก็มีประโยชน์ที่เฉพาะเจาะจง ผิวของเราไม่ควรพลาดจากการได้รับประโยชน์เหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียน,เติมความชุ่มชื่น, อ่อนเยาว์และช่วยปรับสีผิว ลดรอยแดงรวมทั้งปัญหาอื่นๆ ด้วย ท้ายที่สุดแล้วก็เป็นเรื่องของความรู้สึกและความชอบของคุณเองว่าคุณจะใช้ผลิตภัณฑ์มากน้อยแค่ไหน  หรือผลิตภัณฑ์จะซึมสู่ผิวอย่างไร  บางคนชอบที่จะรอระหว่างการใช้ผลิตภัณฑ์แต่ละตัว ขณะที่บางคนก็ใช้ผลิตภัณฑ์ต่อๆ กันเลยไม่ต้องรอ คุณอาจเลือก ที่จะผสมทุกอย่างบนฝ่ามือก่อนและใช้พร้อมกันเลยก็ได้ ตัวเลือกทั้งหมดเหล่านี้ใช้ได้ดีโดยที่คุณไม่ต้องรอ คุณสามารถดูแลผิวตามขั้นตอนของคุณได้อย่างรวดเร็ว สำหรับผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว AHA และ BHA หล่ะ? หลายคนกังวลว่าหลังจากใช้ AHA และ BHA แล้วใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอื่นๆ ตามเลยได้หรือไม่..คุณไม่ต้องกังวลเลย..หากผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่มีสูตรที่ดีจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ว่าจะใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ใดก็ตาม อีกความกังวลคือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ใช้จะเปลี่ยนค่า pH ของ AHA และ…

เซราไมด์คืออะไร? และเซราไมด์ทำงานในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างไร?

เป็นที่รู้กันว่าเซราไมด์นั้นได้รับการบันทึกไว้ว่าเป็นส่วนผสมที่ช่วยลดริ้วรอย แต่บ่อยครั้งก็ถูกมองข้ามไปและไม่ได้รับการอธิบาย  บทความนี้เราจะลงลึกเพื่อให้เห็นว่าเซราไมด์ช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว เสริมเกราะป้องกันผิว และช่วยให้ผิวกระชับ ผิวฟูขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการวิจัยล่าสุดได้บอกถึงความสามารถพิเศษของเซราไมด์ในการฟื้นฟูสภาพผิว            เราได้รวบรวมคำถาม และคำตอบที่มีผลงานวิจัยรองรับเกี่ยวกับเซราไมด์ไว้ดังนี้ เซราไมด์คืออะไร?            พูดง่ายๆ  เซราไมด์ คือไขมันชนิดหนึ่งที่พบได้ตามธรรมชาติในผิวชั้นบนสุด  ไขมันเหล่านี้เป็นส่วนประกอบของผิวกว่า 50%  จึงไม่น่าแปลกที่พวกเขามีบทบาทสำคัญในการกำหนดลักษณะสภาพผิวของคุณ (และการตอบสนองของผิวต่อการทำร้ายจากมลภาวะ) เซราไมด์ทำอะไรบ้าง?            เซราไมด์เป็นเหมือนปูนที่อยู่ระหว่างก้อนอิฐ  หากก้อนอิฐเป็นเหมือนเซลล์ผิวของคุณเซราไมด์ก็ทำหน้าที่ช่วยให้เซลล์แต่ละเซลล์เชื่อมต่อติดกัน สร้างชั้นที่ปกป้องผิวจากการสูญเสียความชุ่มชื้น และปกป้องผิวจากการทำร้ายของมลภาวะและสิ่งแวดล้อมอื่นๆ นอกจากนี้เซรามายด์ยังเป็นหนึ่งในตัวช่วยลดริ้วรอยที่ทรงพลังมากช่วยให้ผิวมีชีวิตชีวา ยิ่งกว่าเรตินอล, ไนอะซีนาไมด์ และเปปไทด์  สารตั้งต้นของเซราไมด์ มีสาร 2 ตัว phytosphingosine และ sphingolipids  ช่วยให้ผิวสร้างเซราไมด์ได้มากขึ้น หากผิวของเรามีเซราไมด์อยู่แล้ว ทำไมเราจึงต้องการเซราไมด์ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอีก?            อายุที่มากขึ้นและการทำร้ายของแสงแดดส่งผลให้เซราไมด์ตามธรรมชาติที่อยู่ในผิวของเราลดน้อยลง และในที่สุดก็จะหมดลง ซึ่งทำให้ผิวคุณอ่อนแอ ผิวแห้งกร้าน, ผิวเหี่ยวย่น,…