02-0033990-1 Online@paulaschoice.co.th Paula's Choice Shop@Siam Discovery 3Fl.

คุณจำเป็นต้องใช้ เรตินอล ในความเข้มข้นเท่าใด?

ได้มีการพิสูจน์แล้วว่า เรตินอยด์ (retinoids) สำหรับใช้ทาบนผิวนั้น เป็นส่วนผสมช่วยชะลอวัยที่ทรงพลังมากและเป็นประโยชน์ต่อผิวของคนแทบจะทุกคน แต่ได้มีคำถามเกี่ยวกับการใช้ เรตินอล (retinol) หลายคำถามเกิดขึ้น เช่น ถ้าหากคุณจะใช้ เรตินอล เพื่อช่วยลดริ้วรอยหรือช่วยชะลอวัย คุณควรใช้ เรตินอล เข้มข้นเท่าไรดี? คุณควรใช้ เรตินอล ในรูปแบบ ครีม หรือ เซรั่ม? และถ้าผิวของคุณตอบสนองต่อ เรตินอล ได้ไม่ดี คุณควรทำอย่างไร? และเช่นเคยเรามีคำตอบซึ่งอ้างอิงจากผลงานวิจัยมาให้คุณสำหรับคำถามเหล่านี้ ผลิตภัณฑ์ เรตินอล ที่มีความเข้มข้นน้อย คุณไม่จำเป็นต้องใช้ เรตินอล ในปริมาณมากเพื่อให้เห็นผล ผลงานวิจัยที่ได้ถูกตีพิมพ์บ่งชี้ว่า เรตินอล ที่มีความเข้มข้นต่ำเพียง แค่ 0.01% ก็มีประสิทธิภาพมากพอที่จะช่วยลดปัญหาริ้วรอยแห่งวัยต่าง ๆ และลดขนาดรูขุมขนลงได้แล้ว และในเวลาเดียวกัน ก็ช่วยให้ผิวของคุณดูดีมีสุขภาพด้วย นอกจากนั้น เรตินอล…

ต้องรอนานแค่ไหน..ระหว่างการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ

 เรามักถูกถามอยู่เสมอว่า ต้องรอนานแค่ไหนระหว่างการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่หลากหลายกันในการดูแลผิว เพื่อจะให้เห็นผลกับผิวได้อย่างชัดเจน… คำตอบก็คือ.. คุณไม่ต้องรอ.. หากคุณใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน มีส่วนผสมที่ดีอยู่แล้ว (ซึ่งมันควรจะเป็นแบบนั้น) การรอ..เป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ใช่เรื่องจำเป็น ผิวของเรารับกับผลิตภัณฑ์ที่หลายชนิดและหลากหลายได้หรือไม่? เหตุผลที่เราไม่ควรรอ เพราะทุกอย่างที่เราทาลงไปจะซึมได้ง่ายและทำงานได้อย่างดี  ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่จะขวางความสามารถในการซึมเข้าสู่ผิวหรือรบกวนประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ผิวของเราสามารถจัดการกับส่วนผสมมากมายได้ในครั้งเดียว ความจริงแล้วส่วนสผมแต่ละชนิดก็มีประโยชน์ที่เฉพาะเจาะจง ผิวของเราไม่ควรพลาดจากการได้รับประโยชน์เหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียน, เติมความชุ่มชื่น, อ่อนเยาว์และช่วยปรับสีผิว ลดรอยแดงรวมทั้งปัญหาอื่นๆ ด้วย

เซราไมด์คืออะไร? และเซราไมด์ทำงานในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างไร?

เป็นที่รู้กันว่าเซราไมด์นั้นได้รับการบันทึกไว้ว่าเป็นส่วนผสมที่ช่วยลดริ้วรอย แต่บ่อยครั้งก็ถูกมองข้ามไปและไม่ได้รับการอธิบาย  บทความนี้เราจะลงลึกเพื่อให้เห็นว่าเซราไมด์ช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว เสริมเกราะป้องกันผิว และช่วยให้ผิวกระชับ ผิวฟูขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการวิจัยล่าสุดได้บอกถึงความสามารถพิเศษของเซราไมด์ในการฟื้นฟูสภาพผิว            เราได้รวบรวมคำถาม และคำตอบที่มีผลงานวิจัยรองรับเกี่ยวกับเซราไมด์ไว้ดังนี้ เซราไมด์คืออะไร?            พูดง่ายๆ  เซราไมด์ คือไขมันชนิดหนึ่งที่พบได้ตามธรรมชาติในผิวชั้นบนสุด  ไขมันเหล่านี้เป็นส่วนประกอบของผิวกว่า 50%  จึงไม่น่าแปลกที่พวกเขามีบทบาทสำคัญในการกำหนดลักษณะสภาพผิวของคุณ (และการตอบสนองของผิวต่อการทำร้ายจากมลภาวะ) เซราไมด์ทำอะไรบ้าง?            เซราไมด์เป็นเหมือนปูนที่อยู่ระหว่างก้อนอิฐ  หากก้อนอิฐเป็นเหมือนเซลล์ผิวของคุณเซราไมด์ก็ทำหน้าที่ช่วยให้เซลล์แต่ละเซลล์เชื่อมต่อติดกัน สร้างชั้นที่ปกป้องผิวจากการสูญเสียความชุ่มชื้น และปกป้องผิวจากการทำร้ายของมลภาวะและสิ่งแวดล้อมอื่นๆ นอกจากนี้เซรามายด์ยังเป็นหนึ่งในตัวช่วยลดริ้วรอยที่ทรงพลังมากช่วยให้ผิวมีชีวิตชีวา ยิ่งกว่าเรตินอล, ไนอะซีนาไมด์ และเปปไทด์  สารตั้งต้นของเซราไมด์ มีสาร 2 ตัว phytosphingosine และ sphingolipids  ช่วยให้ผิวสร้างเซราไมด์ได้มากขึ้น หากผิวของเรามีเซราไมด์อยู่แล้ว ทำไมเราจึงต้องการเซราไมด์ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอีก?            อายุที่มากขึ้นและการทำร้ายของแสงแดดส่งผลให้เซราไมด์ตามธรรมชาติที่อยู่ในผิวของเราลดน้อยลง และในที่สุดก็จะหมดลง ซึ่งทำให้ผิวคุณอ่อนแอ ผิวแห้งกร้าน, ผิวเหี่ยวย่น,…

ฉันเหมาะกับ AHA แบบไหน

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว Paula’s Choice เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกในเรื่องผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ที่อ่อนโยนและไม่ทิ้งสารเคมีไว้บนผิว  ผลิตภัณฑ์มากมายที่มีส่วนผสมของ AHAs (alpha hydroxy acids).  ผลการวิจัยเผยว่า AHAs, กรดไกลโคลิค และกรดแลคติค เป็นส่วนสำคัญที่สุดในการดูแลผิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผิวธรรมดาถึงแห้งมาก และผิวที่ถูกแสงแดดทำร้าย             AHAs ดีต่อทุกสภาพผิว และมีคุณสมบัติบางอย่างที่เหมือนกับ BHA (beta hydroxy acids):  ทั้ง 2 ตัวนี้ช่วยให้ริ้วรอยจางลง, ช่วยให้ผิวกระชับขึ้น, ช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอ และปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน  คุณสมบัติที่โดดเด่นของ AHAs คือ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว และช่วยปรับสภาพผิวที่แห้งกร้านจากการทำร้ายของแสงแดดให้ดีขึ้น             การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว AHA ที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับลักษณะผิวของคุณ  ระดับปัญหาผิว,  เนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ และการตอบสนองของผิวคุณกับความเข้มข้นระดับต่างๆ ของ AHAs AHA…

ฉันเหมาะกับ BHA แบบไหน

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว Paula’s Choice เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกในเรื่องผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ที่อ่อนโยนและไม่ทิ้งสารเคมีไว้บนผิว  ความจริงนี้พวกเราภูมิใจเป็นอย่างมาก   ผลิตภัณฑ์ 2% BHA Liquid ของเราเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีระดับต้นๆ ทั่วโลก แต่เราได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว BHA  ให้ดีขึ้นและมีลักษณะเฉพาะตัวมากขึ้นอีก             สำหรับผู้ที่เพิ่งรู้จัก.. BHA ย่อมาจาก Beta hydroxy acid ซึ่งใช้ชื่อว่า salicylic acid ในรายการส่วนผสม  BHA ให้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนผิวมันเป็นสิว และรูขุมขนอุดตัน             BHA ดีต่อทุกสภาพผิว และมีคุณสมบัติบางอย่างที่เหมือนกับ AHAs (alpha hydroxy acids):  ทั้ง 2 ตัวนี้ช่วยให้ริ้วรอยจางลง, ช่วยให้ผิวกระชับขึ้น, ช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอ และปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน             คุณสมบัติที่โดดเด่นของ…

มลพิษทางอากาศทำร้ายผิวของคุณได้อย่างไร?

ไม่ว่าคุณจะอาศัยอยู่ที่ไหนก็ตาม มลพิษทางอากาศถือว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่คุณจะต้องเผชิญ และมันก็ส่งผลกระทบและผลเสียต่อสุขภาพของคุณได้มากมายเลยทีเดียว          มลพิษทางอากาศนั้น บางงานวิจัยถือให้ความเห็นว่า มันเป็นสิ่งที่เลวร้ายและอันตรายต่อผิวมากพอๆ กันกับอันตรายที่เราได้รับจากแสงแดดเลยทีเดียว          มลพิษทางอากาศนั้นมีหลายสิ่งมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพวกแก๊ส หรือควันต่างๆ ที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ยกตัวอย่างเช่น ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ ควันบุหรี่ การผลิตสิ่งของต่างๆ ในอุตสาหกรรม  รวมถึงไอระเหยที่เกิดขึ้นจากการเติมน้ำมัน เป็นต้น  มลพิษบางชนิดนั้นเล็กมาก เล็กจนสามารถซึมเข้าไปสู่รูขุมขนของเราได้เลยทีเดียว และลำพังการล้างหน้าเปล่าๆ นั้นก็ไม่สามารถล้างมลพิษหรือสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้นให้หลุดออกมาได้  มลพิษต่างๆ จัดว่าเป็นสารอนุมูลอิสระอย่างหนึ่งที่ทำร้ายผิวเราได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำให้เกิด ฝ้า กระ หน้าหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ริ้วรอย รูขุมขนกว้าง หน้าแห้งลอก หรือแม้กระทั่งสิว แล้วเราจะป้องกันผิวจากมลพิษต่างๆได้อย่างไร? จริงอยู่ว่าคุณไม่มีทางที่จะปกป้องผิวคุณจากมลพิษต่างๆได้ 100%…

Wedding Skin Care

การแต่งงานถือว่าเป็นหนึ่งช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้  แน่นอนว่า ยิ่งใกล้ถึงช่วงเวลานั้นในหัวของคุณจะมีเรื่องให้คิดเป็นร้อยๆ พันๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นงานของคุณจะออกมาดีหรือเปล่า  สิ่งไหนเตรียมแล้ว สิ่งไหนยังไม่ได้เตรียม และที่สำคัญที่สุดที่ขาดไม่ได้เลย….คุณคงอยากจะเป็นคนที่สวยที่สุด และมีผิวที่ดีที่สุดสำหรับงานนี้ ซึ่งการเตรียมตัวนั้นบอกได้เลยว่า คุณเองไม่สามารถที่จะเนรมิตผิวของคุณให้ดูดีได้เพียงแค่ชั่วข้ามคืน เพราะฉะนั้น อย่าได้รอจนใกล้ๆ ถึงเวลานั้น แล้วค่อยหันมาดูแลผิวหน้าของตัวเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผิวของคุณจะดูดีที่สุดและพร้อมสำหรับวันแต่งงานของคุณ คุณควรใช้เวลาเตรียมตัวซัก 2 เดือนเป็นอย่างน้อย และหากช่วงนี้ คุณต้องการปรึกษาหมอจะฉีด Filler , Botox หรือ ทำ Treatment laser ต่างๆ คุณควรทำช่วงนี้ เพราะเนื่องจากการดูแลผิวด้วยวิธีนี้อาจใช้เวลาในการเห็นผลสักหน่อย ช่วงเวลา 6 อาทิตย์ก่อนแต่งงาน เช็คสภาพผิวหน้าและปัญหาผิวหน้าของคุณที่คุณมีอยู่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิว , รอยแดง ฝ้า กระ หรือหน้าหมองคล้ำและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เหมาะกับสภาพผิวหน้าของคุณและที่สามารถตอบโจทย์แก้ไขปัญหาผิวหน้าต่างๆ ของคุณได้ โดยขั้นตอนนี้คุณควรที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ทุกตัวอย่างสม่ำเสมอและทุกวัน 5 อาทิตย์ก่อนแต่งงาน คุณไม่ควรที่จะทำ…

ครีมบำรุงผิว (มอยส์เจอไรเซอร์) ควรมีส่วนผสมอะไรบ้าง?

ครีมบำรุงผิว(มอยส์เจอไรเซอร์)ที่ดีควรที่จะมีส่วนผสมที่ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย หรือยิ่งดีกว่านั้น เราควรมองหาส่วนผสมตามรายละเอียดด้านล่าง ดังนี้ 1. Antioxidants หรือ สารต่อต้านอนุมูลอิสระ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีผิวแห้งสาเหตุส่วนใหญ่ของผิวแห้งนั้นเกิดมาจากการที่ผิวเราถูกทำร้ายจากแสงแดดหรือมลภาวะจากสิ่งแวดล้อมต่างๆ ซึ่งส่งผลเสียมากมายไม่ว่าจะเป็นผิวเราที่เก็บความชุ่มชื้นได้น้อยลง และผิวแห้ง เสีย เป็นต้น   เพราะฉะนั้นเพื่อที่จะฟื้นฟูผิวให้ได้กลับมามีสุขภาพดีนั้น เราควรเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ antioxidants มากๆ เช่นเดียวกันกับผลิตภัณฑ์ของ Paula’s Choice เอง ที่แทบจะทุกตัวที่เราใส่สาร antioxidants เยอะมากถึงมากที่สุดตัวอย่าง antioxidant ที่เราแนะนำได้แก่ Green tea extract, grape extract, resveratrol, vitamin C, vitamin E, epigallocatechin-3 gallate, superoxide dismutase, ferulic acid, quercetin, willow herb extract,…

SPF ทำงานยังไง?

การป้องกันแดดด้วย Moisturizer, Primer และ foundation ที่มีค่า SPF 30 หรือมากกว่า ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรทำ หากเราอยากให้ผิวของเราดูสุขภาพดี หรือ ดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ ในทางวิทยาศาสตร์ การทำงานของค่า SPF นั้นถือว่าน่าอัศจรรย์มาก แต่การทำงานของมันก็ค่อนข้างจะซับซ้อนเช่นกัน รังสี UVA และ รังสี UVB รังสีที่สะท้อนมาจากดวงอาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็นวันที่ เมฆ เต็มท้องฟ้า หรือวันที่ฝนตกก็ตามรังสีสองชนิดที่ส่งผลกระทบต่อผิวของเราโดยตรงก็คือ รังสี UVA และ รังสีUVB รังสี UVB ส่งผลกระทบต่อผิวชั้นบนของเรา ซึ่งอาจทำให้ผิวไหม้ได้ ส่วนรังสี UVA เราอาจจะไม่รับรู้ได้เหมือนรังสี UVB แต่มันจะทำร้ายลึกลงไปในใต้ผิวหนัง ซึ่งระยะยาวอาจก่อให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นที่ผิวเราได้  แต่อย่างไรก็ดีรังสีทั้งสองก็เป็นต้นเหตุที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ด้วยเช่นกัน  รังสี UVB นั้นจะมีมากในช่วงเวลา…

สัญลักษณ์ PA+ บนผลิตภัณฑ์กันแดด หมายถึงอะไร?

เรามักจะเห็นคำว่า SPF บ่อยๆ บนผลิตภัณฑ์กันแดด ซึ่งย่อมาจากคำว่า Sun Protection Factor ซึ่งเป็นค่าที่บ่งบอกว่า ผิวของคุณจะถูกป้องกันไม่ให้เกิดการผิวไหม้จากรังสี UVB ได้นานเท่าไร  ส่วนรังสี UVA ถือว่าเป็นภัยเงียบ ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดอะไรและไม่ได้ก่อให้เกิดผิวไหม้ แต่อาจทำให้ผิวคล้ำลง นอกจากคำว่า SPF ที่ติดอยู่ที่ครีมกันแดดแล้ว สัญลักษณ์อีกตัวนึงที่เราพบเจอบ่อยก็คือคำว่า PA+ ,PA++ , PA+++ ค่า PA ต่างๆ หมายถึงอะไรบ้าง PA+ = ป้องกันรังสี UVA ได้บ้างเล็กน้อย  PA++ = ป้องกันรังสี UVA ได้ปานกลาง PA+++ = ป้องกันรังสี UVA ได้เยอะ PA++++ = ป้องกันรังสี UVA ได้เยอะมากๆ…