เมื่อคุณหาข้อมูลจากโลกอินเตอร์เน็ต คุณจะค้นพบทฤษฎีต่างๆ มากมายที่บอกว่าทำไมคุณถึงมีสิว สาเหตุที่ฟังดูแปลกๆ และแน่นอน รวมถึงคำแนะนำว่าคุณควรรับมืออย่างไรเมื่อมีสิวอันไม่เป็นที่พึงปรารถนาเกิดขึ้นบนผิวของคุณ มันถึงเวลาแล้วที่เราจะมาเปิดเผยความจริงกันเสียทีเกี่ยวกับสิ่งที่ยังมีคนจำนวนมากเชื่อกันอยู่เกี่ยวกับสิว เพราะว่า ความรู้ คือ วิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้คุณได้เป็นเจ้าของผิวอันสะอาดบริสุทธิ์ และงดงามตามที่คุณต้องการ

1. ความเชื่อผิดๆ : คุณสามารถทำให้สิวแห้งได้

น้ำ คือ สิ่งเดียวที่คุณสามารถทำให้แห้งได้ แต่สำหรับสิวนั้น ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกันกับผิวที่แห้งหรือเปียกเลย การทำให้ผิวสูญเสียน้ำบนผิวหน้าและสารช่วยรักษาความชุ่มชื้นบนผิวอื่นๆ เป็นสิ่งที่ทำลายประสิทธิภาพในการต้านสิวของผิว และช่วยกระตุ้นให้เกิดสิว
รวมถึงทำให้แผลที่เกิดขึ้นหลังจากเป็นสิวหายช้าลง การดูดซับน้ำมันบนผิวนั้นต่างจากการทำให้ผิวแห้งด้วยส่วนผสมที่รุนแรงต่อผิว เช่น แอลกอฮอลที่ถูกแปรสภาพ (denatured alcohol)  สิ่งที่คุณควรทำ คือ การใช้ผลิตภัณฑ์ต้านสิวที่ใช้สูตรที่คิดค้นขึ้นด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษสำหรับดูแลผิวที่มีสิวอย่างอ่อนโยน ซึ่งมีส่วนผสมต่างๆ ที่มีงานวิจัยแสดงว่าสามารถควบคุมสิวและช่วยให้ผิวกลับมาสะอาดบริสุทธิ์ดังเดิมได้อย่างรวดเร็ว

2. ความเชื่อผิดๆ : สาเหตุของสิวคือผิวที่สกปรก

บ่อยครั้งที่ความเชื่อผิดๆ นี้นำไปสู่การทำความสะอาดผิวมากเกินไป หรือการขัดผิวด้วยสบู่ หรือผลิตภัณฑ์สครับที่ขูดผิว หรือการใช้แปรงทำความสะอาดผิวที่มีขนหยาบกระด้าง  สิ่งเหล่านี้มีแต่จะเพิ่มความเสี่ยงทำให้ผิวเกิดระคายเคือง ลอก แห้ง และกระตุ้นให้รูขุมขนผลิตน้ำมันมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นนี่คือสิ่งที่เรามักกระทำเมื่อมีความรู้สึกผิวแห้งและตึงใต้ผิว แต่มีความมันที่ผิวชั้นบน สิวนั้นไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการผิวที่สกปรกเลย แต่มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับรูขุมขนที่อุดตัน ซึ่งทำให้การใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว BHA ที่มี กรดซาลิไซลิคชนิดทาและไม่ต้องล้างออกเป็นสิ่งสำคัญมาก

3. ความเชื่อผิดๆ : คุณสามารถรับมือกับสิวที่เกิดขึ้นเฉพาะที่ได้

แม้ว่าคุณจะสามารถลดรอยแดง อาการบวม และผลที่จะตามมาจากสิวที่เป็นลงได้ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่มีกรดซาลิไซลิค (BHA) หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ benzyoyl peroxide แต่นั้นไม่สามารถรับมือกับสิวที่กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นได้ การรับมือกับสิวที่คุณมองเห็นเพียงอย่างเดียวนั้น หมายถึงคุณกำลังเพิกเฉยต่อสิวที่กำลังก่อตัวขึ้นแต่คุณยังมองไม่เห็น การกระทำเช่นนั้นจะนำไปสู่วังวนแห่งการไล่ตามสิวบนใบหน้าอันไม่รู้จบ ซึ่งถ้าหากคุณไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น การใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลผิวทั่วทั้งใบหน้าถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

4. ความเชื่อผิดๆ : ความรู้สึกเย็นซ่าบนผิวหน้าหมายความว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้นั้นกำลังได้ผล

นี่เป็นอีกความเชื่อหนึ่งที่มีคนจำนวนมากเชื่อ แต่ข้อเท็จจริง คือ ส่วนผสมที่ทำให้ผิวของคุณเย็นซ่าที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ต่อต้านสิวจำนวนนับไม่ถ้วน เช่น เมนทอล เปปเปอร์มิ้นท์ ยูคาลิปตัส เลมอน และแอลกอฮอล นั้นมีแต่จะทำให้ปัญหาผิวมีความรุนแรงและระคายเคืองมากยิ่งขึ้น ไม่มีงานวิจัยใดที่แสดงให้เห็นว่าส่วนผสมเหล่านี้เป็นคุณต่อผิวที่มันหรือเป็นสิว แต่กลับมีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าส่วนผสมเหล่านี้ก่อความระคายเคืองผิว ทำให้ปัญหาผิวมันและปัญหาสิวเลวร้ายลง

5. ความเชื่อผิดๆ : สิวมีสาเหตุจากการรับประทานอาหารมันและช็อคโคเลต

แม้จะเป็นความจริงที่ว่า การรับประทานอาหารสุขภาพนั้นเป็นสิ่งที่ดีสำหรับคุณและสุขภาพโดยรวมของคุณ แต่งานวิจัยเกี่ยวกับการบริโภคช็อคโคเลตและสิวนั้นค่อนข้างมีความสับสน มีผลงานศึกษาก่อนหน้านี้หลายชิ้นที่อ้างว่าน่าเชื่อถือ แต่โดยแท้จริงแล้วกลับมีช่องโหว่มากมายและทำขึ้นไม่ดีเท่าที่ควร ดูเหมือนว่าจริงๆ แล้วอาหารที่มีไขมันสูงนั้นไม่ได้มีส่วนกระตุ้นให้เกิดสิวเลยในคนส่วนใหญ่ แต่อาหาร (โดยเฉพาะที่มีน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์) ที่ทำให้ระดับฮอร์โมนอินซูลินพุ่งสูงขึ้นนั้นมีความเชื่อมโยงกับภาวะของการเกิดสิวเพิ่มมากขึ้น และในอาหารที่มีน้ำตาลในปริมาณมากนั้นก็มักจะพบว่ามีช็อคโคเลตบรรจุอยู่ ขอให้คุณลองควบคุณการบริโภคน้ำตาลดูสัก 2-3 สัปดาห์ และดูว่าผิวของคุณมีสภาพดีขึ้นหรือไม่

6. ความเชื่อผิดๆ : ผลิตภัณฑ์สครับขัดผิวช่วยให้คุณไม่เป็นสิว

ถ้าง่ายขนาดนั้นก็คงจะดี! อันดับแรก ผลิตภัณฑ์สครับขัดผิวนั้นมีความรุนแรงต่อผิวใช้แล้วทำให้ผิวเสียสุขภาพ มีชีวิตชีวาน้อยลง และทำลายความสามารถในการต่อต้านสิวของผิว นอกจากนั้นความรุนแรงนี้ยังกระตุ้นให้เกิดการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ่งเราเชื่อว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการอย่างแน่นอน ดังที่กล่าวก่อนหน้านี้ว่าสิวไม่ได้มีสาเหตุจากผิวที่สกปรกที่ทำให้ต้องทำความสะอาดอย่าง “ล้ำลึก” ดังนั้น คุณจึงสามารถใช้เพียงผ้านุ่มๆ ชุบผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่ละลายน้ำได้เช็ดผิวหน้า หรือใช้แปรงที่มีขนแปรงอ่อนนุ่นขัดบริเวณที่ต้องการทำความสะอาดเป็นพิเศษ แต่จะต้องทำอย่างอ่อนโยนเท่านั้น การไม่ปฏิบัติต่อผิวด้วยความอ่อนโยนย่อมก่อเกิดระคายเคืองและไม่ตอบสนองกลับมาในทางที่ดีแน่

ข้อมูลอ้างอิง

  • Journal of the American Academy of Dermatology, July 2016, pages 220-221
  •  Australian Family Physician, August 2006, pages 613-616 and November 2001,pages 1,039-1,044
  • Family Practice, February 2005, pages 62-70
  • https://www.niams.nih.gov/health_info/acne/acne_ff.asp